วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2555

คะแนนเฉลี่ยสุขภาพจิตของไทยเราอยู่ในเกณฑ์ใด?


ชื่อเรื่อง  คะแนนเฉลี่ยสุขภาพจิตของไทยเราอยู่ในเกณฑ์ใด?

สุขภาพจิต

               สุขภาพจิตของคนหนึ่งต้องมีรากฐานจากคนๆนั้นมีสุขภาพดีมาก่อน โดยการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์พอดีออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอหลีกเลี่ยงการบริโภคสารที่จะเป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่นผักมีสารพิษ อาหารมีสารปนเปื้อน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เราไม่ควรรับประทาน และการตรวจเช็คร่างกายก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากเรามีสุขภาพกายที่ดีแล้วก็จะส่งผลต่อสุขภาพจิตที่ดีของเราด้วย เพราะถ้าหากเรามีโรคประจำตัวหรือเจ็บป่วยเราก็จะวิตกกังวลจนเกิดความเครียดส่งผลต่อสุขภาพจิตในด้านลบของเราเอง การมีสุขภาพจิตที่ดีได้นั้นส่วนหนึ่งก็มีผลมากจากการดำเนินชีวิตในสังคม หากเราตั้งใจเรียน เราก็สอบได้ และพอเรียนจบก็ส่งผลให้มีหน้าที่การงานที่ดี ไม่ตกงานก็ไม่เครียด รวมถึงการปฏิบัติตนเป็นคนดีอยู่ในศีลธรรม

การมีสุขภาพจิตที่ดีสำคัญอย่างไร?

                จากผลสำรวจพบว่าคะแนนสุขภาพจิตของคนไทยนั้นอยู่ในเกณฑ์พอดีเยอะที่สุดรองลงมาจะเป็นคนที่มีสุขภาพจิตดีหรือสูงกว่าคนทั่วไป และ กลุ่มบุคคลที่มีสุขภาพจิตต่ำกว่าคนทั่วไปจะมีน้อยที่สุดโดยสาเหตุที่ทำให้สุขภาพจิตไม่ดี ก้อมีอยู่หลายสาเหตุ เช่น ภาระค่าใช้จ่ายหนี้สิน หรือการมีรายได้น้อย การไม่มีงานทำ ชีวิตสมรสที่ไม่ราบรื่น รวมถึงความแตกอย่างภายในครอบครัว เป็นต้น เหล่านี้เป็นปัญหาที่ส่งผล ให้เกิดสุขภาพจิตที่ไม่ดี ส่วนผู้ที่มีสุขภาพกาย สุขภาพจิตดีย่อมส่งผลให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความสุขใจ ตรงกันข้ามผู้ที่สุขภาพจิตไม่ดีก็จะดำเนินชีวิตด้วยความทุกข์ใจ เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เรา จะต้องมีการดูแลเอาใจใส่และประเมินสุขภาพจิตของตัวเราเองพร้อมทั้งปรับปรุงแก้ไขหาทางออกเพื่อที่เราจะได้มีสุขภาพจิตที่ดี และดำเนินชีวิตในสังคมนี้ได้อย่างมีความสุข
 สุขภาพจิตของคนไทยเราเป็นอย่างไร?  
                  จากคำถามนี้ได้มีการสำรวจถึงคุณภาพหรือเกณฑ์ของคนไทยเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพจิตว่าอยู่ในเกณฑ์ใด โดยใช้คำถามสุขภาพจิตโดยให้ผู้ตอบอายุ 15 ปีขึ้นไป สำรวจตัวเองและประเมินเหตุการณ์ อาการ ความคิดเห็น และความรู้สึก ซึ่งจากผลสำรวจทั่วราชอาณาจักรก็พบว่าเป็นที่น่าพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อผลคะแนนจากการสำรวจสุขภาพจิตของคนไทย อยู่ในเกณฑ์ดี โดยจะแบ่งตามเขตการปกครอง



ผลสำรวจคะแนนเฉลี่ยสุขภาพจิตของคนไทย ทั่วราชอาณาจักร
ทั่วราชอาณาจักร : จากผลสำรวจคิดเป็นร้อยละ ของผู้ที่มีสุขภาพจิต ต่ำ/เท่ากับ/และสูงกว่าคนที่ไป

                   จากกราฟจะเห็นได้ว่าแท่งสีแดงที่มีค่าเฉลี่ยของคะแนนสุขภาพจิตมากที่สุด คือ กลุ่มบุคคลที่มีคะแนนเฉลี่ยสุขภาพจิตเท่ากับคนปกติทั่วไป ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีหรือผ่านเกณฑ์มาตรฐาน แท่งสีฟ้าคือกลุ่มบุคคลที่มีคะแนนเฉลี่ยสุขภาพจิตสูงกว่าคนทั่วไปซึ่งมีปริมาณรองลงมาจากกลุ่มที่มีสุขภาพจิตเท่ากับคนทั่วไป และแท่งสีเขียวเป็น คะแนนเฉลี่ยสุขภาพจิตของผู้ที่มีสุขภาพจิตต่ำกว่าคนทั่วไป เป็นที่น่าพอใจว่ากลุ่มสุดท้ายนี้มีตัวเลขโดยเฉลี่ยน้องกว่ากลุ่มอื่นๆที่มีสุขภาพจิตดี
 ผลสำรวจคะแนนเฉลี่ยสุขภาพจิตในเขตเทศบาล
             จากผลการสำรวจที่แบ่งตามเขตปกครอง โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีสุขภาพจิตสูงกว่าคนทั่วไป (สุขภาพจิตดีมาก) กลุ่มที่มีสุขภาพจิตเท่ากับคนทั่วไป (สุขภาพจิตดีอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน) และกลุ่มที่สุขภาพจิตต่ำกว่าคนทั่วไป (สุขภาพจิตไม่ดี) 

ในเขตเทศบาล : จากผลสำรวจคิดเป็นร้อยละ ของผู้ที่มีสุขภาพจิต ต่ำ/เท่ากับ/และสูงกว่าคนที่ไป

               จากสถิติที่เห็นบนกราฟ พบว่า ในเขตเทศบาลมีผู้ที่มีคะแนนเฉลี่ยของสุขภาพจิตเท่ากับคนทั่วไปสูงที่สุด คือประมาณ 52-56% โดยเฉลี่ย กลุ่มที่ได้คะแนนรองลงมาได้แก่ผู้ที่มีคะแนนเฉลี่ยสุขภาพจิต สูงกว่าคนทั่วไป คะแนนโดยเฉลี่ยออยู่ที่  21-34% และกลุ่มที่มีสุขภาพจิตต่ำกว่าคนทั่วไป เป็นกลุ่มที่คะแนนน้อยที่สุด คือ 12-25% โดยเฉลี่ย สรุปผลจากการสำรวจสุขภาพจิตของคนไทยในเขตเทศบาลถือว่าผู้คนส่วนใหญ่มีสุขภาพจิตดีอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
สรุปผลสำรวจคะแนนเฉลี่ยสุขภาพจิตนอกเขตเทศบาล
  นอกเขตเทศบาล: จากผลสำรวจคิดเป็นร้อยละ ของผู้ที่มีสุขภาพจิต ต่ำ/เท่ากับ/และสูงกว่าคนที่ไป

                      ผลการสำรวจคะแนนเฉลี่ยสุขภาพจิตของคนไทยนอกเขตเทศบาล จากกราฟพบว่าตัวเลขของกลุ่มที่มีสุขภาพจิตเท่ากับคนทั่วไป ยังคนไล่เลี่ยใกล้เคียงกันกับ ผลสำรวจ ทั่วราชอาณาจักรและในเขตเทศบาล ซึ่งจากผลสำรวจนอกเขตเทศบาลนั้นพบว่า กลุ่มที่มีสุขภาพจิตเท่ากับคนทั่วไปยังเป็นกลุ่มที่มีคะแนนเฉลี่ยเยอะที่สุด คือ 47-55% โดยเฉลี่ย ต่อมาเป็นกลุ่มที่มีสุขภาพจิตสูงกว่าคนทั่วไป  มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่  16-30% และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มที่มีคะแนนเฉลี่ยสุขภาพจิตต่ำกว่าคนทั่วไป คือ 15-35 % โดยเฉลี่ย  ซึ่งก็ยังเป็นที่น่าพอใจอยู่ว่าสุขภาพจิตของคนไทยนอกเขตเทศบาลส่วนใหญ่ยังมีสุขภาพจิตเท่ากับคนทั่วไป ตามเกณฑ์มาตรฐาน




สรุป
สุขภาพจิตใจ เป็นส่วนสำคัญในการดำเนินชีวิตที่เป็นสุข การส่งเสริมสุขภาพจิตใจ ช่วยให้ปรับตัวในชีวิต ให้เป็นประโยชน์ ทั้งการเรียน การทำงาน สังคม ความคิดและอารมณ์เป็นปกติ ป้องกันปัญหาสุขภาพจิตและโรคทางจิตเวช ความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพจิตกับความเครียดชีวิตคนตั้งแต่เกิดมาต้องมีการปรับตัวให้เกิดความสมดุลในการดำรงชีวิต ความเครียด(stress)คือผลรวมของปฏิกิริยาตามธรรมชาติของมนุษย์ ที่เกิดขึ้นเมื่อต้องเผชิญกับปัญหา การเปลี่ยนแปลง หรือสถานการณ์ต่างๆ ความเครียดที่เหมาะสม(eustress)จะกระตุ้นให้เกิดการปรับตัวแก้ไขปัญหา เกิดการพัฒนาและสร้างสรรค์ แต่ความเครียดที่มากเกินไปเป็นผลเสียต่อร่างกาย และจิตใจ เกิดความไม่สบายใจ(distress) ทำให้เกิดอาการต่างๆ ทำให้ปรับตัวไม่ได้ แก้ไขปัญหาได้ต่ำกว่าความสามารถที่แท้จริงปัญหาชีวิตครอบครัวก็ส่งผลต่อความเครียดได้เหมือนกัน เช่น เรื่องชีวิตสมรส หนี้สิน ค่าใช้จ่าย รายได้ รายจ่าย รวมไปถึง ฐานะทางสังคม หรือเกิดโรคทางร่างกายหลายโรคที่อาการเกิดขึ้นสัมพันธ์กับความเครียด ความเครียดจึงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ทุกคนจะต้องเผชิญ และฝึกฝนเอาชนะ แก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดอาการของความเครียด แต่ยังดีที่ผลสำรวจคะแนนเฉลี่ยสุขภาจิตของคนไทย ส่วนใหญ่ พบว่ากลุ่มคนที่มีตัวเลขคะแนนโดยเฉลี่ยสูงที่สุดคือ กลุ่มบุคคลที่มีสุขภาพจิตดี นั่นหมายความว่าคนไทยส่วนใหญ่มีสุขภาพจิตดีจะมีก้อแต่ส่วนน้อยที่ได้คะแนนเฉลี่ยสุขภาพจิตเท่ากว่าคนทั่วไป อาจเพราะปัญหาต่างๆที่เข้ามาในการดำเนินชีวิตอย่างไรก็ตาม คนที่สุขภาพจิตดีคือคนที่มีวิธีการปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆหรือความเครียดได้ดี





นายฉัตรชัย ผ่านสำแดง 53010117022 CD